โป๊ะแตก! 1.1 พันล้าน ถล่มไม่เหลือซาก! “ศุภณัฐ” ชี้เป้า “ใครเซ็นอนุมัติ” ในยุค ‘อนุทิน’ ดูแลกระทรวง ใครต้องติดคุก?!

นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลที่น่าตกตะลึงเกี่ยวกับการทรุดตัวของโครงสร้างโดมอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ในพื้นที่บางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นโครงการภายใต้งบประมาณแผ่นดินมูลค่าสูงถึง 1.1 พันล้านบาท โดยตั้งข้อสังเกตถึงความโปร่งใสและคุณภาพงานก่อสร้างที่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง

การเปิดเผยดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า โครงการก่อสร้างโดมเอนกประสงค์ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ประโยชน์สาธารณะและเป็นพื้นที่รองรับกิจกรรมของประชาชนในพื้นที่ ได้ประสบปัญหาโครงสร้างถล่มลงมาอย่างรวดเร็ว สะท้อนให้เห็นถึงความบกพร่องตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ ไปจนถึงการควบคุมงานก่อสร้าง แม้ว่าโครงการจะใช้งบประมาณมหาศาล ซึ่งควรจะสามารถการันตีความมั่นคงแข็งแรงของตัวอาคารได้ตามมาตรฐานวิศวกรรม แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกลับตอกย้ำถึงการใช้จ่ายงบประมาณที่ไม่คุ้มค่าและอาจนำมาซึ่งอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนหากมีการใช้งานจริง

นายศุภณัฐยังได้ระบุถึงห้วงเวลาของการอนุมัติโครงการ โดยชี้ว่า โครงการมูลค่า 1.1 พันล้านบาทนี้ ได้รับการผลักดันและอนุมัติในสมัยที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่โครงการขนาดใหญ่ในสังกัดของกระทรวงมีการเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง การเชื่อมโยงดังกล่าวไม่ใช่เพียงการชี้ให้เห็นถึงความรับผิดชอบในทางบริหารเท่านั้น แต่ยังเป็นการตั้งคำถามต่อมาตรฐานการกำกับดูแลโครงการระดับชาติของหน่วยงานภายใต้การดูแลในขณะนั้นด้วย ว่ามีการตรวจสอบความสมเหตุสมผลของงบประมาณและคุณภาพของโครงการอย่างเข้มงวดเพียงพอหรือไม่

คำถามสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและการคัดเลือกผู้รับเหมา การอนุมัติงบประมาณจำนวนมากเช่นนี้จำเป็นต้องมีหลักฐานที่ชัดเจนว่าการดำเนินงานเป็นไปอย่างโปร่งใส และงบประมาณทุกบาททุกสตางค์ถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์สูงสุดและตามมาตรฐานงานก่อสร้างที่กำหนดไว้ การพังทลายของโครงสร้างในลักษณะนี้จึงเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่บ่งชี้ว่าอาจมีความผิดปกติเกิดขึ้นในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งของโครงการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ทั้งนี้ นายศุภณัฐได้เรียกร้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการตรวจสอบและปราบปรามการทุจริต ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้ามาดำเนินการสอบสวนอย่างเร่งด่วนและละเอียดถี่ถ้วน เพื่อสาวไปถึงผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบทั้งหมด ตั้งแต่ระดับนโยบาย ผู้อนุมัติโครงการ ไปจนถึงผู้ควบคุมงานก่อสร้างและบริษัทผู้รับเหมา การดำเนินการที่ล่าช้าอาจส่งผลให้การรวบรวมหลักฐานเป็นไปอย่างยากลำบาก และอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อการบริหารจัดการงบประมาณแผ่นดินในโครงการขนาดใหญ่ในอนาคต การเปิดโปงครั้งนี้จึงมิใช่เพียงแค่การชี้ให้เห็นถึงความเสียหายทางโครงสร้างอาคาร แต่เป็นการเน้นย้ำถึงความจำเป็นของการธำรงไว้ซึ่งหลักธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อเงินภาษีของประชาชนอย่างแท้จริง..

By youhak

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *