ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงทิศทางและอนาคตทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย ซึ่งบางส่วนมองว่าพรรคกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่การก่อตั้ง ส่งผลให้สถานะและความมั่นคงของพรรคถูกตั้งคำถาม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ แกนนำคนสำคัญของพรรคเพื่อไทยและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้ออกมาตอบโต้ข้อกังขาเหล่านั้นอย่างหนักแน่น เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 โดยย้ำถึงความมั่นคงของฐานเสียงและสถานะในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ไม่อาจมองข้ามได้
นายจุลพันธ์กล่าวว่า “จะสูญพันธุ์ได้อย่างไร ได้ส.ส.เกือบ 80 ที่นั่ง ก็ถือว่าเป็นพรรคใหญ่แล้ว ไม่น้อยนะ” ถ้อยแถลงดังกล่าวเป็นการตอกย้ำว่า แม้ผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาอาจไม่ได้นำมาซึ่งชัยชนะแบบแลนด์สไลด์ดังที่เคยตั้งเป้าไว้ แต่จำนวน ส.ส. ที่พรรคได้รับนั้น ยังคงทำให้พรรคเพื่อไทยดำรงสถานะเป็นหนึ่งในพรรคการเมืองหลักที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ และมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางนโยบายของรัฐบาล
การออกมาแสดงความเห็นดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่พรรคเพื่อไทยต้องรับมือกับแรงกดดันทางการเมืองรอบด้าน ทั้งในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลที่ต้องประคับประคองเสถียรภาพของคณะรัฐมนตรี และการแข่งขันอย่างดุเดือดกับคู่แข่งทางการเมืองที่กำลังเติบโต โดยเฉพาะพรรคการเมืองที่เน้นฐานเสียงคนรุ่นใหม่ ซึ่งทำให้คะแนนนิยมของพรรคเพื่อไทยบางส่วนถูกแบ่งออกไป อย่างไรก็ตาม ตัวเลข ส.ส. เกือบ 80 ที่นั่งที่นายจุลพันธ์อ้างถึง สะท้อนให้เห็นว่าพรรคยังคงมีรากฐานที่มั่นคงในเขตเลือกตั้งจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ที่นั่งจำนวน 80 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร ถือเป็นอำนาจต่อรองที่สำคัญยิ่งในระบอบรัฐสภา และเป็นหลักประกันที่ทำให้พรรคเพื่อไทยสามารถรักษาความเป็นแกนนำในการขับเคลื่อนนโยบายหลักของรัฐบาลได้ หากพิจารณาถึงองค์ประกอบของรัฐบาลผสม ที่มีพรรคการเมืองหลายพรรคร่วมอยู่ด้วย ขนาดของพรรคเพื่อไทยถือเป็นกุญแจสำคัญที่ค้ำจุนให้รัฐบาลสามารถดำเนินงานต่อไปได้โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจอย่างฉับพลัน
นอกจากนี้ การที่พรรคสามารถรักษาจำนวน ส.ส. ได้ในระดับนี้ ยังเป็นการส่งสัญญาณไปยังผู้สนับสนุนและนักลงทุนว่า พรรคเพื่อไทยยังคงมีศักยภาพในการเป็นผู้เล่นหลักทางการเมืองในระยะยาว การระบุว่าพรรคกำลังจะ “สูญพันธุ์” จึงเป็นวาทกรรมที่เกินจริงเมื่อเปรียบเทียบกับสถานะเชิงตัวเลขที่พรรคถือครองอยู่จริงในปัจจุบัน
ดังนั้น คำกล่าวของนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ จึงเป็นการยืนยันความแข็งแกร่งเชิงโครงสร้างของพรรค ผ่านการอ้างอิงหลักฐานที่เป็นรูปธรรมในระบบรัฐสภา โดยเน้นย้ำว่าพรรคเพื่อไทยยังคงเป็นศูนย์กลางอำนาจที่สำคัญ และไม่มีแนวโน้มที่จะลดบทบาทลงไปเป็นเพียงพรรคขนาดกลางหรือพรรคเล็กอย่างที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ การรักษาที่นั่งจำนวนเกือบ 80 ที่นั่งนี้ ทำให้พรรคยังคงมีอิทธิพลอย่างสูงในการเมืองไทย ทั้งในมิติของการออกกฎหมายและการบริหารราชการแผ่นดินในอนาคตอันใกล้

