ภายหลังการประกาศแถลงยุติการนับคะแนนใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ 28 กรุงเทพมหานคร (บางนา-พระโขนง) ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นางสาวรักชนก ศรีนอก หรือ ไอซ์ อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล ได้ออกมาแสดงจุดยืนและวิพากษ์วิจารณ์การตัดสินใจดังกล่าวอย่างรุนแรง โดยเน้นย้ำถึงความไม่ชอบมาพากลที่เกิดขึ้นในกระบวนการเลือกตั้ง
การตัดสินใจยุติการนับคะแนนใหม่ของ กกต. มีขึ้นภายหลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีมติให้ดำเนินการตรวจสอบซ้ำ เนื่องจากมีการร้องเรียนถึงความผิดปกติของตัวเลขคะแนนในเขตเลือกตั้งดังกล่าว โดยพบความคลาดเคลื่อนระหว่างจำนวนผู้มาใช้สิทธิกับจำนวนบัตรที่ถูกนับในหีบเลือกตั้งที่มีความแตกต่างกันสูงกว่า 700 คะแนน ซึ่งเป็นประเด็นที่สร้างความกังขาต่อความน่าเชื่อถือของการเลือกตั้งครั้งล่าสุด แต่เมื่อ กกต. ได้มีคำสั่งยุติกระบวนการตรวจสอบซ้ำในที่สุด นางสาวรักชนกจึงได้ออกมาเคลื่อนไหวทันที โดยระบุว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงการขาดความโปร่งใสขององค์กรที่รับผิดชอบการจัดการเลือกตั้ง
นางสาวรักชนกได้กล่าวผ่านช่องทางสื่อสารสาธารณะอย่างเปิดเผย โดยชี้ให้เห็นว่า เมื่อมีการตรวจพบความผิดปกติที่ชัดเจนถึงขนาดนี้ และหน่วยงานที่กำกับดูแลกลับเลือกที่จะยุติการสอบสวนโดยไม่มีคำอธิบายที่สมเหตุสมผล ย่อมส่งผลกระทบต่อความชอบธรรมของผู้ที่ได้รับตำแหน่งทางการเมืองไปในที่สุด เธอระบุถึงผลลัพธ์ของการเพิกเฉยต่อความคลาดเคลื่อนของคะแนนเสียงกว่า 700 คะแนนนี้ว่า ด้วยหลักฐานที่ปรากฏและความพยายามในการปิดกั้นการตรวจสอบ ทำให้สามารถเรียกผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากกระบวนการที่มีปัญหาดังกล่าวได้อย่างเต็มปากว่า “รัฐมนตรีที่มาจากการโกง” ซึ่งเป็นการส่งสารทางการเมืองที่แข็งกร้าวและมุ่งโจมตีไปยังความชอบธรรมของการจัดตั้งรัฐบาล
นอกจากนี้ นางสาวรักชนกยังได้แสดงความไม่พอใจต่อระบบที่อนุญาตให้เกิดความผิดพลาดในระดับที่ส่งผลต่อผลแพ้ชนะการเลือกตั้งได้ และเมื่อมีการทักท้วงกลับถูกปิดกั้นการตรวจสอบอย่างง่ายดาย เธอเน้นย้ำว่าการยุติกระบวนการดังกล่าวไม่ได้ทำให้ข้อเท็จจริงเรื่องความคลาดเคลื่อนของตัวเลขหายไป แต่กลับยิ่งเป็นการยืนยันความเชื่อที่ว่ามีการใช้ช่องโหว่ของกฎหมายหรือกระบวนการเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองอย่างชัดเจน พร้อมทั้งยืนยันว่าจะเดินหน้าใช้ช่องทางทางกฎหมายทุกวิถีทางเพื่อตรวจสอบและเรียกร้องความจริงในประเด็นนี้ต่อไป เพื่อปกป้องเจตจำนงของประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง การแสดงจุดยืนที่เด็ดขาดและใช้ถ้อยคำที่รุนแรงของอดีตผู้สมัครพรรคก้าวไกลครั้งนี้ จึงเป็นประเด็นที่น่าจับตาในวงการการเมืองที่ยังคงมีความขัดแย้งเกี่ยวกับความเที่ยงธรรมของการเลือกตั้งที่ผ่านมา

