นายภานุพงศ์ จาดนอก หรือ ทนายอั๋น ได้ประกาศการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญที่เรียกความสนใจจากสาธารณชนและแวดวงการเมืองอย่างกว้างขวาง โดยทนายอั๋นได้ริเริ่มแคมเปญระดมรายชื่อประชาชนชาวไทยทั่วประเทศ เพื่อยื่นคำร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีการพิจารณาดำเนินการทางกฎหมายกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้งชุด รวมถึงเลขาธิการ กกต. ภายใต้ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ที่อาจเข้าข่ายการละเว้นหรือทุจริตต่อหน้าที่
การประกาศดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนในการตรวจสอบและเอาผิดทางอาญาต่อผู้บริหารองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญชุดนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากผลลัพธ์และการจัดการปัญหาข้อร้องเรียนในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ทนายอั๋นระบุว่า การดำเนินการครั้งนี้เกิดขึ้นจากความกังขาและข้อสงสัยของประชาชนจำนวนมากต่อมาตรฐานและความเป็นอิสระในการทำงานของ กกต. ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นในระบบประชาธิปไตยของประเทศ
แผนการดำเนินงานของแคมเปญนี้คือการรวบรวมรายชื่อและหลักฐานเพื่อประกอบการยื่นคำร้องต่อหน่วยงานที่มีอำนาจพิจารณาถอดถอนและดำเนินคดีทางอาญา โดยการระดมรายชื่อประชาชนเป็นเครื่องมือสำคัญในการแสดงเจตจำนงของสาธารณะถึงความต้องการให้มีการตรวจสอบอย่างเข้มข้น การเคลื่อนไหวในลักษณะนี้เป็นการส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่า หากประชาชนพบเห็นการทำงานที่ส่อไปในทางมิชอบ หรือไม่เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล ประชาชนย่อมสามารถใช้สิทธิทางกฎหมายเพื่อตรวจสอบผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงได้
การตัดสินใจยื่นชนกับองค์กรขนาดใหญ่ระดับประเทศอย่าง กกต. ถือเป็นการกระทำที่มีเดิมพันสูง เนื่องจากองค์กรอิสระเหล่านี้มีอำนาจและกลไกทางกฎหมายที่ซับซ้อน ทนายอั๋นได้เน้นย้ำถึงความจริงจังในการดำเนินการครั้งนี้ โดยระบุว่าไม่ใช่เรื่องของการสร้างกระแสชั่วคราว แต่เป็นการต่อสู้ทางกฎหมายที่ต้องใช้ข้อมูล หลักฐาน และการสนับสนุนจากภาคประชาชนอย่างจริงจัง หากรายชื่อที่ระดมได้เพียงพอและข้อกล่าวหามีน้ำหนักตามกฎหมาย การเคลื่อนไหวนี้จะนำไปสู่กระบวนการสอบสวนที่อาจมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสถานะและอนาคตของกรรมการ กกต. และเลขาธิการที่ถูกกล่าวหา
ขณะนี้ประชาชนที่สนใจและมีความข้องใจเกี่ยวกับการทำงานของ กกต. จึงถูกเชิญชวนให้เตรียมข้อมูลและดำเนินการตามขั้นตอนที่ผู้ริเริ่มแคมเปญได้กำหนดไว้ การจับตาดูการตอบสนองของ กกต. ต่อการท้าทายครั้งนี้ รวมถึงการรวบรวมรายชื่อว่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือไม่ จึงเป็นประเด็นสำคัญที่สังคมกำลังให้ความสนใจและจับตาดูอย่างใกล้ชิด เนื่องจากผลลัพธ์ของการเคลื่อนไหวนี้อาจส่งผลต่อการปฏิรูปองค์กรอิสระและการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องในอนาคต.

